FAQ

Q : ผมอ่านเจอในหนังสือ “น้ำทรงพลัง" ระบุว่าไส้กรองเซรามิคตัวที่หนึ่ง เมื่อนำไปต้มให้เดือดสามารถฆ่าเชื้อสิ่งสกปรกตกค้าง แต่ในการดูแลรักษาทั่วไประบุไว้ว่าใช้แค่น้ำธรรมดาล้างออก ถ้าหากใช้วิธีการต้มเพื่อฆ่าเชื้อจะดีกว่ามั๊ย? และถ้าหากต้องต้มต้องจุ่มให้จมทั้งแท่ง 
A : ไส้กรองเซรามิคซึ่งเป็นไส้กรองตัวที่หนึ่งในเครื่องผลิตน้ำดื่มอัจฉริยะเผา ที่อุณหภูมิ 3,000 องศาเซลเซียส ดังนั้นเมื่อน้ำไส้กรองเซรามิคต้มลงในน้ำที่เดือดก็สามารถทนความร้อนได้ หากว่าล้างไส้กรองเซรามิคแล้วแต่ปริมาณน้ำยังไหลน้อย ก็สามารถต้มไส้กรองเซรามิคในน้ำเดือดประมาณ 30 นาที จะทำให้เมือกเหนียวคราบมันต่างๆ ที่อุดตันอยู่ตามรูของไส้กรองละลายออกมาได้ ช่วยให้น้ำไหลเป็นปกติ
Q : ช่วงหลังคลอดบุตรสามารถดื่มน้ำพลังแม่เหล็กได้หรือเปล่าคะ ได้ยินมาว่าหลังคลอดบุตรใหม่ๆ ไม่ควรดื่มน้ำเยอะเกินไป เพราะอาจส่งผลกระทบต่อระบบการฟื้นฟูของร่างกาย 
A : ช่วงหลังคลอดบุตรสามารถดื่มน้ำดื่มอัจฉริยะได้ตามปกติ ถ้ากังวลว่าควรดื่มปริมาณเท่าไหร่นั้น ลองปรึกษาคุณหมอที่ดูแลคุณนะครับ
Q : ไม่นานมานึ้คุณแม่สามีของดิฉันติดตั้งเครื่องผลิตน้ำอัจฉริยะที่บ้าน อยากทราบว่า น้ำจากเครื่องสามารถนำมาชงนมผงให้เด็กทารกดื่มได้หรือเปล่า? แล้วจะทำลายสารประกอบ (Electrolyte) ในนมผงนั้นหรือไม่? ก่อนหน้านี้คุณแม่สามีเคยใช้น้ำซุปร้อนชงนม เมื่อถามคุณหมอ คุณหมอก็บอกว่านอกจากน้ำต้มธรรมดาแล้ว น้ำชนิดอื่นๆอาจทำลายส่วนประกอบต่างๆในนมได้ ดังนั้นจึงขอความกรุณาช่วยตอบข้อสงสัยให้หน่อยค่ะ 
A : จากข้อมูลการศึกษาของ ดร.เฉิน อวิ้ ซุ่น และได้แถลงไว้พบว่า น้ำจากเครื่องผลิตน้ำอัจฉริยะซึ่งมีกลุ่มโมเลกุลเล็กสามารถเพิ่มประสิทธิภาพ การละลายของสารอาหารที่อยู่ภายในนมผงได้ดีขึ้น ดังนั้นขอให้คุณไว้วางใจได้ มันไม่มีผลกระทบแต่อย่างใด

Q : น้ำที่ได้กรองออกจากการเครื่องที่เพิ่งติดตั้งใหม่นั้นมีฟองอากาศเล็ก ๆ อยู่ภายในจำนวนมาก ไม่ทราบว่าจะมีผลกระทบอะไรต่อน้ำหรือเปล่า? แล้วฟองอากาศที่เห็น มันคืออะไร? 
A : เนื่องจากเป็นไส้กรองเซรามิคและไส้กรองคาร์บอนใหม่ เมื่อน้ำไหลผ่านข้าไปแทนที่รูพรุนหรือช่องว่างภายในไส้กรอง เราจะเห็นเป็นฟองอากาศเล็กๆ ให้เห็นมากมาย ลอยอยู่ในน้ำและเกาะตามบริเวณขอบของภาชนะ ไม่ใช่ออกซิเจน แต่หากใช้ไปสักระยะหนึ่งทั้งไส้กรองเซรามิคและคาร์บอนจะค่อยๆ อิ่มตัวและจะหายไปเองในที่สุด เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นปกติ ขอให้ทุกท่านบริโภคอย่างวางใจ
Q : ไส้กรองของเครื่องอาบน้ำ High Flow ต้องเปลี่ยนเมื่อไหร่? 
A : ไส้กรองแบบใหม่ของเครื่องอาบน้ำที่ใช้ภายในครอบครัว โดยทั่วไปมีอายุประมาณ 6 เดือน สำหรับไส้กรองคาร์บอนสามารถใช้ได้นาน 3 – 4 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้น้ำของสมาชิกภายในบ้าน แต่ไม่ควรใช้นานเกิน 8 เดือน
Q : รูของไส้กรองเซรามิคยิ่งล้างยิ่งขัดรูยิ่งใหญ่ขึ้นใช่หรือไม่? 
A : รูของไส้กรองเซรามิคเมื่อยิ่งขัดรูจะไม่ใหญ่ขึ้น แต่จะยิ่งบางลง (เหมือนใช้สบู่ก้อน) ต้องเปลี่ยน เพื่อความมั่นใจว่าน้ำที่ดื่มปลอดภัยอย่าใช้จนแตกก่อนแล้วจึงเปลี่ยน
Q : ติดตั้งเครื่องของบริษัทมาได้ครึ่งปีแล้ว ไม่ทราบว่าต้องนำไส้กรองออกมาล้างเมื่อไหร่? จึงมั่นใจได้ว่าน้ำที่ดื่มสะอาดปลอดภัย ถ้าหากไส้กรองสึกหรอ จะต้องทำการเปลี่ยนอย่างไร? 
A : เมื่อคุณเห็นว่าน้ำที่ไหลจากก๊อกไหลค่อย(เบาลง) ก็ควรนำไส้กรองออกมาล้างได้เลย โดยไม่ต้องกำหนดเวลาว่าต้องรอนานเท่าไหร่จึงล้าง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของน้ำและปริมาณการใช้น้ำเป็นตัวกำหนด เมื่อเห็นว่าไส้กรองสึกหรอมาก ควรติดต่อที่ผู้แนะนำของท่านเพื่อสั่งซื้อมาเปลี่ยน
Q : รูของไส้กรองเซรามิคมีขนาดเท่าไหร่? หน่วยเป็น MF หรือ UF? 
A : รูของไส้กรองเซรามิคมีขนาด 0.2 – 0.4 MF
Q : ดิฉันซื้อเครื่องผลิตน้ำอัจฉริยะมาติดที่บ้านประมาณ 1 ปีแล้ว สิ่งที่ทำความยุ่งยากใจมาโดยตลอด คือต้องใช้ภาชนะแบบไหนมาใส่น้ำ ถึงจะปลอดภัยและเหมาะสมที่สุด? เพราะผู้แนะนำบอกกับผมว่าควรใช้ขวดพลาสติกชนิด PC ที่ใช้ทำขวดนมเด็ก และขวดพลาสติกชนิด PET มาบรรจุน้ำ มิฉะนั้นแล้ว สารประกอบในพลาสติกชนิดที่ไม่ได้คุณภาพอาจละลายออกมาเป็นอันตรายได้ แต่ขวดพลาสติกที่มีจำหน่ายในท้องตลาดแบ่งได้เป็น 7 ประเภทใหญ่ๆ มีแค่ขวดพลาสติกที่มีเครื่องหมาย PC กับ PET เท่านั้นหรือที่บรรจุน้ำอัจฉริยะได้? แล้วขวดน้ำแร่พลาสติกล่ะ? ขวดพลาสติกบางที่ก็ไม่ได้เขียนบ่งชี้ชนิดของพลาสติกไว้ชัดเจน สามารถนำมาบรรจุน้ำอัจฉริยะได้หรือไม่? ขวดน้ำชนิดพกพาที่เด็กๆ แขวนไว้กับตัวสามารถเลือกชนิดของ PC ได้ แต่หลอดดูดข้างในก็ไม่ได้บ่งบอกชนิดของพลาสติก ซึ่งทำให้ผู้เป็นพ่อแม่อย่างดิฉันรู้สึกยุ่งยากรำคาญใจ ช่วยอธิบายให้ชัดเจนว่าควรใช้ภาชนะแบบไหนบรรจุน้ำอัจฉริยะจึงจะดี ไม่ยุ่งยาก แล้วภาชนะแบบไหนไม่ควรนำมาใช้บรรจุน้ำเลย ขอบคุณค่ะ 
A : พลาสติกแบ่งออกเป็น 7 ประเภทใหญ่ๆ คือ เบอร์ 1 – PET, เบอร์ 2 – HDPE , เบอร์ 3 – PVC , เบอร์ 4 – LDPE , เบอร์ 5 – PP , เบอร์ 6 – PS , เบอร์ 7 – OTHER (PC ก็จัดเข้าในประเภทนี้) ชนิดของพลาสติกที่บรรจุน้ำอัจฉริยะได้จำกัดเฉพาะเบอร์ 1 – PET และ เบอร์ 7 – PC ส่วนพลาสติกชนิดอื่นๆ ไม่สมควรนำมาใช้โดยเด็ดขาด ส่วนหลอดดูดนอกจากพลาสติก 2 ชนิดดังกล่าวแล้ว สามารถใช้หลอดดูดที่ทำจากพลาสติกเบอร์ 5 ได้ ส่วนขวดน้ำแร่ที่มีจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดโดยทั่วไปใช้ส่วนมาเป็นพลาสติก เบอร์ 1 – PET จึงสามารถนำมาใช้บรรจุน้ำดื่มอัจฉริยะได้เช่นกัน
Q :การทำความสะอาดเครื่องผลิตน้ำอัจฉริยะต้องทำอย่างไรบ้าง? 
A : ไส้กรองเซรามิคเท่านั้นที่ต้องล้างเมื่อสกปรก ส่วนไส้กรองคาร์บอนต้องเปลี่ยนเมื่อกรองน้ำไปแล้วทุกๆ 6,000 ลิตร สำหรับขั้นตอนการล้างไส้กรองเซรามิคทำได้ดังนี้ (1) ปิดก๊อกที่จ่ายน้ำก่อน ปล่อยน้ำไหลทิ้งให้หมดแล้วหมุนน๊อตที่ยึดสายยางออก (2) ขันน๊อตที่ยึดฝากระบอกเซรามิคออกแล้วดึงตัวไส้กรองเซรามิคออกมา (3) นำไส้กรองเซรามิคไปรองใต้ก๊อกน้ำ เปิดก๊อกน้ำให้น้ำไหลผ่านตัวไส้กรองเซรามิค ใช้มือด้านหนึ่งจับที่กึ่งกลางของตัวไส้กรอง ส่วนอีกมือหนึ่งขัดด้วยใยบวบให้สิ่งสกปรกที่อุดตันออกให้หมดจด (4) นำไส้กรองเซรามิคที่ล้างเสร็จแล้ววางกลับเข้าไปที่เดิม น้ำที่เคยไหลเบาก็จะกลับมาแรงขึ้นดังเดิม (ทุกครั้งถ้าน้ำไหลเบาให้ถอดไส้กรองออกมาล้าง)
Q : มีข้อจำกัดในการใช้ภาชนะบรรจุน้ำดื่มอัจฉริยะหรือเปล่า? และสามารถบรรจุในขวดน้ำแร่ทั่วไปได้หรือไม่? 
A : น้ำดื่มอัจฉริยะ จะต้องบรรจุในภาชนะพลาสติกที่มีคุณภาพดีเท่านั้น อาจเป็น PC หรือ PET ก็สามารถใช้ได้ ก่อนที่จะนำมาใช้ ควรนำภาชนะแช่น้ำไว้ประมาณหนึ่งชั่วโมงจึงสามารถใช้ได้
Q : เรียนถามบริษัทว่า ถ้าบรรจุน้ำ ลงในถังพลาสติกแล้วจะ ปลอดภัยไหม? สารประกอบที่ใช้ผลิต ภาชนะนั้นจะปล่อยสารเคมี ออกมากับน้ำหรือเปล่า? น้ำดื่มอัจฉริยะ สามารถเก็บไว้ใน ถังพลาสติก ได้นานเท่าไร? และคุณสมบัติของน้ำ จะเปลี่ยนไปหรือไม่หรือ 
A : ปัญหาของถังน้ำโปรดดูคำตอบ ในหมวดผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะบรรจุน้ำดื่มอัจฉริยะ ในภาชนะอะไร ก็ตามคุณสมบัติเดิมก็ยังคงอยู่ จะไม่เปลี่ยนสภาพ ไปตามกาลเวลาและอุณภูมิ
Q : อยากทราบว่าเครื่องผลิตน้ำ เพื่อสุขภาพคอสมิคเคย ผ่านการตรวจสอบมาตราฐาน หรือไม่? และผ่านมาตรฐาน ใดบ้าง? 
A : เครื่องกรองน้ำ น้ำดื่มอัจฉริยะ ได้ผ่านการตรวจสอบ จากองค์การอนามัยแห่งชาติ(NSF) สหรัฐอเมริกา และ การรับรองจาก WQA (Water Quality Association) สหรัฐอเมริกา นอกจากนั้นทุก ๆ 3 เดือนบริษัท ก็จะเชิญนักวิชา การจากสถาบันสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมมา ที่บริษัทเพื่อทำการตรวจคุณภาพน้ำด้วย ขอให้ทุกท่านวางใจ ในการบริโภค ละเมื่อถึงเดือน กรกฎาคมของทุกปี บริษัทกำหนดให้ศูนย์บริการต่างๆ ที่กระจายอยู่ทุกเขต ส่งตัวอย่างน้ำ ไปตรวจสอบคุณภาพ ที่กรมวิทยาศาสตร์ การแพทย์เพื่อตรวจหา ค่าการตกค้าง ของสาร โลหะหนัก และคลอรีน
Q : น้ำ RO คืออะไร 
A : น้ำ RO (Reverse Osmosis) ก็คือน้ำสะอาดบริสุทธิ์ที่ปราศจากแร่ธาตุ
Q : อยากทราบว่าเครื่องผลิตน้ำดื่มอัจฉริยะสามารถใช้กับน้ำบาดาลได้หรือไม่? และอายุการใช้งานของไส้กรองนั้นจะสั้นลงหรือเปล่า? ตัดสินอย่างไร? อีกอย่างขอให้ท่านชี้แจงเกี่ยวกับแคลเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมคาร์บอเนต เกรงว่าถ้าดื่มลงไปจะทำให้เป็นนิ่ว? 
A : 1.โดยปกติ บริษัทจะไม่แนะนำให้กับน้ำบาดาลเพราะรับรองไม่ได้ ด้วยเหตุผลที่ว่า น้ำแต่ละที่นั้นมีสารปนเปื้อนไม่เหมือนกัน ดั้นั้น จึงไม่สามารถกำหนดอายุการใช้งานและประสิทธิภาพของไส้กรองได้อย่างชัดเจน. 2.ส่วนแร่ธาตุที่ผ่านการต้มแล้วกับสารประกอบแคลเซียมออกไซด์ (Lime) นั้น ไม่เหมือนกัน ดังนั้นจึงไม่สามารถก่อให้เกิดนิ่วได้
Q : อยากทราบว่ามีไส้กรองที่ใช้สำหรับกรองน้ำบาดาลโดยเฉพาะหรือไม่ และหลังจากที่ต้มน้ำดื่มอัจฉริยะแล้ว จะยังคงคุณสมบัติเดิมหรือไม่หรือจะกลับไปเป็นน้ำธรรมดาเหมือนเดิม ช่วยอธิบาย 
A : บริษัทมีจำหน่ายไส้กรองชนิดที่ใช้กับน้ำบาดาลโดยเฉพาะ แต่ระยะเวลาการใช้งานไม่สามารถกำหนดได้ ต้องดูคุณภาพของน้ำที่ใช้เป็นหลัก น้ำดื่มอัจฉริยะ หลังได้รับความร้อนแล้วก็จะมีการเปลี่ยนแปลง 2 แบบ อย่างแรกคือ แร่ธาตุที่ละลายในน้ำจะจับตัวเป็นของแข็ง อย่างที่สองออกซิเจนของน้ำก็จะลดลงด้วยแต่คุณสมบัติของน้ำยังคงเดิม
Q : เนื่องจากเกิดโรค SARS แพร่ระบาด โรงบัดบัดน้ำจึงจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณคลอรีนในน้ำเพื่อฆ่าเชื้อ เครื่องกรองน้ำของบริษัท JAPIN สามารกำจัดคลอรีนได้หมดหรือเปล่า? 
A : ไส้กรองคาร์บอนของบริษัท JAPIN ใช้หลักการชนกระแทกและการดูดซับอยู่ภายใน นอกนากนั้น ยังสามารถดูดกลิ่น คอลลีน สารเคมีตกค้างจากการเกษตร รวมถึงสารปนเปื้อนต่างๆ ที่ให้โทษต่อร่างกายได้กว่า 160 ชนิด แต่ว่ายังคงไว้ซึ่งแร่ธาตุที่เป็นประโยนช์ต่อร่างกาย (แคลเซียม,โปแตสเซียม,แมกนีเซียม) และประสิทธิภาพในการกรอง ได้ผ่านการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานโดย องค์การอานามัยแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกาว่าเป็นเครื่องผลิตน้ำที่ได้มาตรฐานอันดับหนึ่ง เพราะโรค SARS จะระบาด โรงบำบัดน้ำจึงได้เพิ่มปริมาณคลอรีนเพื่อช่วยฆ่าเชื้อโรคในน้ำถึง 4 เท่า เครื่องผลิตน้ำดื่มอัจฉริยะก็ยังสามารถกำจัดได้แม้ปริมาณจะมากเท่าไหร่ก็ตาม แต่สิ่งที่ไม่เหมือนก็คือ ไส้กรองน้ำสามารถซึมซับได้เร็วกว่าปกติ ดังนั้น ควรที่จะเปลี่ยนไส้กรองคาร์บอนบ่อย ๆ ท่านสามารถทดสอบได้โดยการหยดน้ำยาทดสอบคลอรีน แต่หากไส้กรองคาร์บอนดูดซับไว้เต็มที่แล้วก็สมควรที่จะเปลี่ยนอันใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงน้ำที่มีสารเคมีตกค้าง
Q : หลังจากต้มน้ำแล้วก็จะมีบางอย่างสีขาว ๆ ลอยอยู่บนผิวน้ำจำนวนมาก เห็นแล้วก็ไม่กล้าดื่ม กลัวว่าจะเป็นนิ่ว ที่สำคัญที่สุดคือ เมื่อก่อนใช้น้ำ RO เอาไปต้มไม่เคยหนักใจขนาดนี้เลย เพราะอะไร? 
A : ตะกอนสีขาวที่ลอยอยู่เหนือน้ำ คือ แมกนีเซียมคาร์บอร์เนต ส่วนที่จมอยู่ข้างล่างก็คือ แคลเซียมคาร์บอร์เนต ทั้งสองประเภทจัดเป็นแร่ธาตุ หลังจากได้รับความร้อนก็จะจับตัวเป็นผลึก ไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อสุขภาพ เมื่อต้มน้ำ RO จะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้เพราะว่าน้ำ RO ทั่วไปนั้นเป็นน้ำบริสุทธิ์ ไม่มีแร่ธาตุเหลืออยู่เลย จึงไม่เกิดตะกันหรือตะกอน
Q : น้ำที่บรรจุขวดเอาไว้นั้นพลังงานจะสูญหายไปหรือเปล่า? และออกซิเจนที่อยู่ในน้ำนั้นจะลดลงหรือเปล่า? 
A : พลังงานของน้ำนั้นยังไม่สูญหาย ส่วนออกซิเจนนั้นรับรองได้เลยว่าถ้าทิ้งไว้ช่วงหนึ่งแล้วจะเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม
Q : พลาสติกเบอร์7- Other และ เบอร์7- PC แตกต่างกันอย่างไร?A : พลาสติกเบอร์ 7- Other เป็นพลาสติกอื่นๆที่มิได้ระบุชื่อจำเพาะ หรือไม่ทราบว่าเป็นพลาสติกชนิดใด แต่เป็นพลาสติกที่นำกลับมาหลอมใหม่ได้ เช่น โพลีคาร์บอเนต ( Polycarbonate หรือ PC ) หรือ โพลีเมทิล เมทาไครเลท ( Polymethyl methacrylate หรือPMMA ) ส่วนพลาสติกเบอร์ 7 – PC ก็เป็นพลาสติกที่จัดอยู่ในกลุ่มเบอร์ 7 – Other เช่นกัน แต่ได้ระบุส่วนประกอบของพลาสติกชนิดนี้ลงไปด้วย ซึ่งส่วนประกอบหลักคือ โพลีคาร์บอเนต ( Polycarbonate หรือPC )
Q : พลาสติกเบอร์ 7 – PC ซึ่งมีส่วนประกอบหลัก คือ โพลีคาร์บอเนต ( Polycarbonate ) เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ อย่างไร?A : พลาสติกที่มีส่วนประกอบเป็นโพลีคาร์บอเนต( Polycarbonate ) เมื่อนำไปบรรจุอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ อาจจะปลดปล่อยสารไบสฟีนอลเอ ( Bisphenol- A หรือBPA ) ออกมาปนเปื้อนสู่อาหาร เครื่องดึ่ม น้ำน้ำนม ฯลฯ ซึ่งสาร BPA เป็นสารตั้งต้นในการผลิต และจัดเป็นสารที่รบกวนการทำงานของฮอร์โมน( Hormone Disrupter ) สารชนิดนี้จะมีคุณสมบัติคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน( Estrogen Hormone ) ในงานวิจัยจากทางยุโรปเมื่อประมาณปี2551 พบว่าสาร BPA ทำให้น้ำหนักของสัตว์ทดลองเพิ่มขึ้น และมีผลต่อระดับฮอร์โมนในเลือด กระทบต่อระบบสืบพันธุ์ของสัตว์ทดลอง ทำให้ในประเทศแคนาดา สหภาพยุโรป จีน มาเลเซียและแอฟริกาใต้ ออกประกาศห้ามผลิตและจำหน่ายภาชนะสำหรับทารกที่ผลิตจากโพลีคาร์บอเนต( Polycarbonate ) ไปแล้ว ดังนั้นควรเลือกใช้พลาสติกที่ระบุ ปลอดจากสาร BPA หรือ BPA Freeสำหรับ ขวด i-Bottle ของจาปิน เป็นพลาสติกเบอร์ 7- PC เช่นกัน แต่ได้ผ่านการทดสอบจาก SGS ประเทศไต้หวัน แล้ว และมีเอกสารยืนยันผลการทดสอบว่า ขวด i-Bottle ปลอดสาร BPA อย่างชันเจน
** (SGS คือหน่วยงานที่ให้บริการประเภท Inspection Service, Testing Service และCertification Service ซึ่งมีอยู่ ในเกือบทุกประเทศ ทั่วโลก และสำหรับในประเทศไทยก็มี SGS ประเทศไทยเช่นกัน)

My Instagram

Made with by OddThemes | Distributed by Gooyaabi Templates