ผลที่ซ่อนเร้นในความไม่ซื่อสัตย์


ผลที่ซ่อนเร้นในความไม่ซื่อสัตย์
ไม่นานมานี้ได้อ่านข่าวสาร เกี่ยวกับด้านการบริหาร มีบทความบทหนึ่ง ที่คัดมาจากหนังสือวิจารณ์ การบริหารสือหลง ในบทความมีกล่าวถึง [ผลที่ซ่อนเร้นอยู่ในความไม่ซื่อสัตย์ของ บริษัท] ทุกอักษรและทุกคำพูดในบทความนี้ล้วนมีน้ำหนัก และดังกังวาน ทำให้ได้รับ ประโยชน์ไม่น้อย คำพูดประโยคหนึ่งที่ฉันมี ความรู้สึกร่วมคือ [บริษัทที่มีการกระทำที่ผิดต่อคุณธรรม ผลเสียที่ต้องเผชิญนั้นมากกว่าระดับที่คนทั่วไปจะรู้ได้ มีความโลภในผลกำไรระยะสั้น และเลือกบริษัทที่ไม่ถูกต้อง สุดท้ายสิ่งที่ได้มาไม่คุ้มกับที่เสียไป]
อ้างตามหนังสือพิมพ์รายวัน วอล สตรีท ได้ลงไว้ สถานการณ์ที่บริษัทมากมายไม่ซื่อสัตย์นั้น ไม่เพียงแค่สาหัสเท่านั้น แต่ได้กลายเป็น ปรากฏการณ์ธรรมดาทั่วไปแล้ว ดังนั้น โรงเรียนพานิชทุกแห่งในประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบัน จึงได้เร่งเสนอหลักสูตรหลายเล่ม ครั้งแล้วครั้งเล่า และเนื้อหาสำคัญของบทเรียนก็จะกล่าวถึง เรื่องของคุณธรรม
สิ่งที่ทำให้ชนชาติจีนเกิดความภาคภูมิใจ มาเป็นเวลาหลายพันปี ก็คือแบบอย่างของลัทธิขงจื๊อ ไม่ว่าจะเป็น ครอบครัวหรือสังคม ให้ความสำคัญในคุณธรรมเป็นอันดับแรก เพราะฉะนั้น สังคมจึงประคองความสงบสุขได้อย่างแน่นอน แต่ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร ประเพณีที่ตกทอดมาแต่โบราณเหล่านี้ได้ค่อยๆ เบาบางหายไป การหลอกลวง เล่ห์เหลี่ยม แก่งแย่งในการค้า เป็นสิ่งที่เห็นอยู่เสมอ ดูคนวัยหนุ่มสาว สมัยนี้ เห่อเหิม ทะเยอทะยานจนเกินตัว จิตใจที่อยากสำเร็จแบบรวดเร็วนั้น อยู่เหนือกว่าขอบเขตของคุณธรรม ความเชื่อถือระหว่างคนเรายิ่งอยู่ยิ่งลดน้อยลง แต่การแก่งแย่งชิงดีกัน ยิ่งอยู่ยิ่งรุนแรงขึ้น แม้จะชนะแต่ก็ต้องแพ้และสูญเสีย ความเป็นอิสระและความเยือกเย็นของจิตใจไป แม้จะเป็นเช่นนี้ ผู้คนส่วนใหญ่ก็ไม่สนใจว่าสภาพจิตใจจะเป็นเช่นไร คิดอยู่อย่างเดียวว่าขอให้ได้มาซึ่งการอยู่รอดจากสภาวะการแก่งแข่งขันนั้น นี่คือวิกฤติชนิดหนึ่งอย่าง แน่นอน เป็นวิกฤติการณ์ที่ก้าวสู่การทำลายล้างตนเอง
บริษัท จาปินดำเนินธุรกิจ มามากว่า 14 ปี ได้ยืนหยัด ในใจเที่ยงตรง คิดเที่ยงตรง ปฏิบัติเที่ยงตรง จึงจะผ่านพ้นการทดสอบของระยะเวลาไปได้ หลายปีที่ผ่านมา ได้เกิดกระแสการเลียนแบบขึ้นในตลาดอย่างรุนแรง เลียนแบบเครื่องกรอง น้ำพลังแม่เหล็ก ครั้งแล้วครั้งเล่า การหลอกลวง ในเทคนิคที่ประณีต เพียงพอสำหรับทำให้ผู้คนชื่นชม บางครั้งก็บอกว่าเป็นหุ้นส่วนของบริษัทจาปิน บางครั้งบอกว่า บริษัทจาปินผลิต แล้วจำหน่ายให้เขา และบางคน บอกว่า บริษัทจาปิน เลิกล้มกิจการ แล้วเขามาดำเนินการต่อ หรือบอกว่าเป็นผลิตภัณฑ์รุ่นที่สอง ของบริษัทจาปิน หรือบางคนอ้างตนเองเป็นบุตรบุญธรรมของกรรมการผู้จัดการบริษัทจาปิน บางคนยิ่งอ้างว่า สนิทสนมกับครอบครัวของผู้บริหาร บริษัท จาปิน คำพูดทั้งหมดนี้ ก็เพื่อแข่งขันยอดขายเพียงเพื่อให้ตัวเองอยู่ รอดได้ ในตลาดที่แข่งขันกันอย่างรุนแรงนี้
ที่จริงฉันรู้สึกเห็นใจและเศร้าใจต่อการกระทำของคนเหล่านี้ ที่เห็นใจเพราะว่า เขาต้องอยู่ในสภาพจิตใจที่ต้องจริงจัง ตื่นเต้นอยู่ทุกเวลาและทุกสถานที่ คิดจนหมดแรง ว่าทำอย่างไรจะรอดพ้นโทษได้ และแล้วก็สร้างเรื่องโกหกขึ้นมาเรื่องต่อเรื่อง ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ผิดต่อมโนธรรม สับสนในความผิดถูก แล้งยังต้องสะกดจิตตัวเอง อย่างแรง เพื่อให้เชื่อในคำโกหกของตัวเอง ต้องสู้รบกับมโนธรรมในตัวเอง อยู่ทุกเวลานาที ที่ยิ่งเศร้าใจกว่านี้ก็คือ คนบางคนหมดสิ้นมโนธรรมสำนึก จิตใจ และปัญญา มันชาชินเสียแล้ว หาเหตุผลความถูกต้องให้กับคำพูดโกหกของตนเอง หลงจมอยู่ในหลุมพรางโกหกของตนเอง ถ้าหากจะพูดตามหลักของกฎแห่งกรรมแล้ว น่ากลัวว่าจะต้องลงทุน ด้วยผลตอบแทนที่เจ็บปวด นี่คือส่วนที่ฉันรู้สึกเศร้าใจแทนเขา เชื่อแน่ว่าคนที่ลอกเลียน แบบพวกนี้จะต้องได้รับ ผลตอบแทนทางด้านมโนธรรม ด้านจิตใจ และด้านกรรมสนองแน่นอน ซึ่งก็เกิดจาก พฤติกรรม ที่ไม่ซื่อสัตย์หลอกลวงของพวกเขา
จากเหตุการณ์นี้ เราก็จะต้องย้อนมองตัวเองว่า เราจะได้รับผลตอบแทนเป็นความเจ็บปวด เนื่องจากการไม่ซื่อสัตย์หรือไม่? ไม่นานมานี้ ในกลุ่มของจาปิน เกิดเหตุการณ์ที่ผิดเพี้ยน ไม่ถูกต้อง ก็คือขายตัดราคาเพื่อแย่ง ดาวน์ไลน์กัน อันที่จริงเหตุการณ์ประเภทนี้มีมาช้านานแล้ว แต่ที่ทำให้ฉันประหลาดใจก็คือ ดาวน์ไลน์ รายงานพฤติกรรม การขายตัดราคา ของ อัพไลน์ นี่คือข่าวที่ตระหนักตกใจ เรื่องหนึ่ง ธุรกิจการขายตรง ต้องให้ความสำคัญ กับความน่าเชื่อถือเป็นอันดับแรก นอกจากบริษัท ต้องมีอุดมคติที่ถูกต้องในการดำเนินธุรกิจแล้ว ความประณีตยิ่งๆ ขึ้นของผลิตภัณฑ์ ความโปร่งใส ยุติธรรม ระบบผลตอบแทนที่เที่ยงธรรม ระบบการฝึกอบรม ที่เหมาะสมและถูกต้อง ตามความต้องการของมนุษย์ที่เหลือคือความสัมพันธ์ การถ่ายทอดซึ่งกัน และกันระหว่าง อัพไลน์และดาวน์ไลน์ ฉันมักจะพูดกับผู้จำหน่ายตรงที่เลื่อนตำแหน่งมาเป็นผู้จำหน่ายสัญญาพิเศษ ขึ้นไปว่า อัพไลน์นำพาดาวน์ไลน์ ก็เหมือนกับการดำเนินการ ในบริษัท นอกจากไม่ต้องรับผิดชอบ ลงทุนค่าใช้จ่าย ประจำในการบริหารบริษัทที่หนักอึ้งแล้ว ที่เหลือเช่น การบริหารบุคคล การจัดการและการส่งเสริม ความก้าวหน้า ในตัวบุคคลก็จะเป็นเช่นเดียว กับการบริหารบริษัททั่วไป ถ้าหากอัพไลน์กระทำผิดหลักการ ทางด้านคุณธรรมแล้ว ผลตอบสนองที่เขาจะได้รับนั้นมันแรงเกินกว่า ที่ตัวเขาจะสามารถสำรวจเห็น ผลตอบสนองที่หนึ่งคือ-ความเชื่อถือและชื่อเสียตกต่ำ ผู้คนต่างก็เอาใจออกห่าง จำได้ว่านักเรียนประถมนั้น ก่อนที่จะจบชั้นประถม จะมีการเซนต์ชื่อและ เขียนคำคมเป็นประโยคลงในสมุด ที่ระลึกเพื่อให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ฉันยังจำคำแนะนำ ที่ประเสริฐ ตอนหนึ่งที่เพื่อนนักเรียนคนหนึ่งเขียนไว้ แม้เวลาจะผ่านไปหลายสิบปี ฉันยังจำมันได้แม่นยำ และก็ได้ใช้เป็นคติเตือนใจ [เงินทองสูญสิ้นสามารถหาได้ใหม่ เกียรติศักดิ์พังทลายสร้าง ใหม่ยากนักแล]
คนใดถ้าถูกเชื่อมั่นว่า เป็นคนที่ไม่ซื่อสัตย์แล้ว อยากจะสร้างชื่อเสียงในทางบริสุทธิ์ แม้จะใช้ความพยายาม มุ่งมั่นสักเท่าใด เพื่อขจัดความสงสัย ที่ฝังอยู่ในใจผู้คนออก แต่ก็พูดได้เลยว่ามันยาก พอๆ กับการปีนขึ้นสู่ท้องฟ้าเสียอีก อยู่ๆผู้คนก็จะมีความรู้สึก อยากออกห่างจากคนที่ไม่ซื่อสัตย์นั้น เพราะ คนเรานั้นเกลียดการถูกหลอก มากกว่าพฤติกรรมไม่ดีอย่างอื่น ฉันเคยได้ยินผู้อาวุโส ที่สูง อายุพูดว่า คนๆไหนถ้าเคยหลอกลวง ผู้อื่นแม้เพียงครั้งเดียว เขาก็จะหลอกลวงทุกคน ได้ในทุกสถานที่ คำพูดคำนี้อาจจะไม่เหมาะ ที่จะใช้กับคนทุกคน แต่มันแสดงให้เราเห็นถึงการที่ผู้คน ได้ปกป้องตัวเองและเกลียดคนที่ไม่ซื่อสัตย์เหล่านั้น ผลตอบสนองที่สองคือ-มีวิสัยทัศน์ไม่ตรงกับองค์กร ส่งผลให้องค์กร หยุดชะงัก หรือล่มสลาย ถ้าหากอัพไลน์ใช้ อุบายที่ไม่ซื่อสัตย์ นำพาองค์กรพอนานวันเข้า สมาชิกที่มีความคิด ไม่ตรงกับเขาก็จะค่อยๆ ออกห่างไป บางคนถึงกับเลิกดำเนิน การไป บางคนตอบสนองแค่ภายนอกเพื่อไม่อยากให้เขาลำบากใจ แต่บางคนถึงกับยอม เปลี่ยนองค์กรใหม่ ก็มี ฉันแทบไม่เคยเห็นอัพไลน์ที่สามารถย้อนมองตนเอง และสำรวจตัวเองถึงสาเหตุการออกห่างของดาวน์ไลน์ เพราะอัพไลน์ส่วนใหญ่จะโยนความผิดไปที่ดาวน์ไลน์ บางคนแสดงออกอย่างไม่สนใจใยดี บางคนโจมตีดาวน์ไลน์ คล้ายฮิสเทียเรีย บางคนข่มขู่ สมาชิกที่เหลือในองค์กร ไม่ให้ปฏิบัติตาม หรือไม่ก็แต่งรื่องโกหกขึ้นมามากมาย ปกปิดความ ผิดของตนเอง ยิ่งกว่านั้น ใช้บุญคุณ กดดันเพื่อผูกมัด องค์กรไว้ แต่การกระทำ ต่างๆเหล่านี้มีแต่จะทำให้ องค์กรยิ่งออกห่างมากขึ้น นานวันเข้า อัตราส่วน ความไม่ ซื่อสัตย์ของสมาชิก ที่เหลือในองค์กร จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเลื่อยๆ ที่รวมอยู่ด้วยกัน ก็คือคนที่มี อุดมคติ ร่วมกับอัพไลน์ที่ไม่ซื่อสัตย์ แล้วก็ดึงดุดดาวน์ ไลน์ที่มีจิตไม่ดีเข้ามา แล้วก็ทำให้เพื่อนร่วมงานที่มีคุณธรรมถูกขจัดออก สุดท้ายการกระทำของระบบองค์กร ทั้งหมดนับวันมีแนวโน้มเลวลง อาจถึง กับหยุดชะงัก พังทลายลง ผลตอบสนอง ที่สาม-ทำลาย ทั้งตนเองและผู้อื่น เป็นผลตอบสนองที่ยากจะเติมให้เต็ม
ยกตัวอย่างการแย่งสายงาน โดยขาย ตดราคา คนส่วนใหญ่สำคัญแค่ผลประโยชน์ที่มองเห็นใกล้ตา มองข้ามการทำลาย และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการกระทำดังกล่าว สายตาของสมาชิกในองค์กรที่มอง ผู้ขายตัดราคา เหล่านั้น อย่างเกลียดชัง และดูถูกยังฝังแน่นอย่างชัดเจน อยู่ในสมองของฉัน แม้กระทั่งบางคน ดำเนินการขายตัดราคา เพื่อแย่งชิงดาวน์ไลน์สายงาน แต่ทำเป็นเสแสร้งว่า ตนเองนั้นขาวสะอาด มีพฤติกรรม กล่าวโทษ ผู้อื่นอย่างแรง หรือไม่ก็บิดพลิ้ว ไม่ยอมรับ จนถึงสาบานต่อฟ้าดิน หรือมีการกระทำอื่นๆ ที่ไม่ซื่อสัตย์ ฉันรู้สึกเจ็บปวดในใจ ที่เจ็บปวดเพราะว่าพวกเขา คิดว่าตัวเองได้ผลประโยชน์ แต่หารู้ไม่ว่าเขา สูญเสียมโนธรรมสำนึกไป สูญเสีย จิตวิญญาณไป ถ้าหากพฤติกรรมเช่นนี้ยังไม่หยุด ก็จะมี ลกระทบ ต่อภาพพจน์ของตลาดการค้า ทั้งหมด สุดท้ายก็พังทลายไปสิ้นและแล้ว ความพยายามมุ่งมั่นที่ได้ทำมาก็อันตรธานไปสิ้น นี่ก็คือ ผลตอบแทน อันเจ็บปวดที่เกิด จากการมองแค่ประโยชน์ ใกล้ตัว สำหรับพฤติกรรม ไม่มีคุณธรรม นั้น กฎหมายที่เข้มงวด ใช่ว่าจะขุดรากถอนโคนได้
มีคำกล่าวอยู่คำหนึ่ง [ข้างบนมีกฎหมายข้างล่างมีแผนรับมือ] กฎหมายทั้งหมดเมื่อเจอความโลภของคนแล้ว อย่างไรก็มีการทำลายกฏมี สุภาษิตบอกว่า [กฎหมายเคร่งครัด กำเนิดโจรชั่ว] การควบคุมที่เข้มงวด ไม่มีประสิทธิภาพ สำหรับคนที่ไร้คุณธรรม อัพไลน์บางคนปกป้องดาวน์ไลน์จนเลยกฎเกณฑ์ บางครั้งจะช่วยพูด และขอร้องแทนผู้กระทำผิด เรียกร้องให้บัญญัติกฎหมายเข้มงวด แต่คนถือกฎหมายไม่เคร่งตาม สุดท้ายคนที่ผิดกฎก็รู้สึกโชคดีตลอดกาลแล้วก็ละเมิดต่อไปเลื่อยๆ แถมวิธีการยิ่งซับซ้อน แยบคายมากขึ้น จำได้ว่าเคยมีอยู่เหตุการณ์หนึ่ง ดาวน์ไลน์ฟ้องว่าอัพไลน์ขายตัดราคาแย่งสายงาน ภายใต้ หลักฐานที่พอเพียง บริษัทตัดสินใจ ถอนสมาชิกภาพ แต่แล้วดาวน์ไลน์ก็กลับช่วยขอร้องแทนเขา ขอร้องให้บริษัทอภัยผ่อน ผันโทษ แต่หลังจากนั้นอัพไลน์คนนี้ ไม่ได้ปรับปรุง การกระทำเลย ดาวน์ไลน์ทำเช่นนี้ก็เป็นเพียงแค่ [เมตตาแบบจอมปลอม] มีแต่จะนำความลำบากมาสู่ตัวเอง (หมายเหตุ: อัพไลน์ดังกล่าว ดำเนินธุรกิจด้วยความคิด ที่ไม่ถูกต้อง ตนเองไม่สามารถสามัคคี กลมเกลียว กับดาวน์ไลน์ได้ ต่อมาก็ได้ออกจากระบบองค์กรไป) แต่มีบางคนใช้คุณธรรมในทางผิด รู้ว่ามีคนที่มีพฤติกรรม ทำลายบริษัทและองค์กร แต่ไม่กล้าพูดออกมา สุดท้ายทำให้ปัญหา ยิ่งหนักขึ้น เลื่อยๆ ในที่สุดตนเองก็ถูกทำลายย่อยยับ ทำอย่างไรจะตัดสินใจ เลือกระหว่างคุณธรรมกับความต้องการได้ อันนี้แน่นอนต้องใช้ ความกล้าหาญและปัญญา ความกล้าหาญ คือเต็มใจยอมรับความผิดของตนเอง และปรับปรุงแก้ไขทันที และยอมพูดคำที่เที่ยงธรรม ปัญญาคือการรู้ทะลุปรุโปร่ง ต้นสายปลายเหตุของเรื่องราว ทำงานโดยอาศัยหลักสัจธรรม และคุณธรรมมากกว่านี้ ยังขจัดความต้องการในสิ่งยั่วยวน จุดที่อ่อนแอและเปราะบางของมนุษย์ มีมากมายจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญกับผลประโยชน์ของตนเองแล้ว มันเป็นความท้าทาย แบบตาต่อตาฟันต่อฟันระหว่างคุณธรรมกับความต้องการ และการตัดสินใจเลือกของคุณแต่ละครั้ง จะตัดสินทิศทางเดินให้กับชีวิตของคุณ คุณจะเลือกทางที่สว่างและยาวนานตลอดไปให้กับตนเอง หรือว่าจะเลือกทางแคบ ที่ต้องปกปิด ไม่กล้าที่จะให้ใครเห็นได้ โปรดจำไว้ตลอดกาลว่า [พูดปดหนึ่งคำก็ต้องพูดปดอีก จำนวนนับไม่ถ้วนเพื่อมาปัดบัง

My Instagram

Made with by OddThemes | Distributed by Gooyaabi Templates