อัมพาตใบหน้า กับน้ำไอวอเตอร์ - หมอโฆษิต

อัมพาตใบหน้า กับน้ำไอวอเตอร์

 
            ท่านเคยพบกับเหตุการณ์เช่นนี้หรือไม่??  จู่ๆมีคนทักว่า “เฮ้ย! เป็นอะไรว้า?  ทำไมปากเบี้ยว”   มีอาการ  ”ตาหลับไม่ลง  หนังตาหลับไม่สนิท”   มีอาการ  “ชาใบหน้าร่วมกับการดื่มน้ำ  แล้วน้ำหกออกทางมุมปาก”   “เป่าปากให้แก้มโป่งออก  โป่งออกได้ด้านเดียว  อีกด้านยังแฟบอยู่เหมือนเดิม”  คำทักและอาการต่างๆเหล่านี้  เป็นอาการของผู้ป่วยเป็นอัมพาตใบหน้าด้านใดด้านหนึ่ง  อาจเป็นด้านซ้ายหรือด้านขวาก็ได้
            โครงสร้างใบหน้าที่สำคัญประกอบไปด้วยกล้ามเนื้อใบหน้า  เส้นประสานใบหน้า  เส้นเลือดแดง  อัมพาตใบหน้ามักมาจากความผิดปกติของเส้นประสาทที่มาเลี้ยงและสั่งการของกล้ามเนื้อใบหน้า


เส้นประสาทสมองคู่ที่ 5 (เส้นสีส้มแดง)
รับรู้ความรู้สึกใบหน้า  เช่น  ร้อน  เย็น  เจ็บ 
และสัมผัส  ถ้าผิดปกติจะมีอาการชาใบหน้า
 


เส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 (เส้นสีเหลือง)
เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อใบหน้า
การแสดงอารมณ์ใบหน้า  ถ้าผิดปกติจะมีอาการอัมพาต


            ความผิดปกติของเส้นประสาทใบหน้าทั้ง เส้นประสาทสมองคู่ที่ 5 (Tri –Germinal Nerve) และเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 (Facial Nerve) มักผิดปกติจากการติดเชื้อไวรัสหวัด  หรือติดเชื้อแบคทีเรีย  เริ่มต้นอาจมีการกระตุกของกล้ามเนื้อปลายหางตา  หรือกล้ามเนื้อมุมปาก  หรือกล้ามเนื้อแก้มข้างใดข้างหนึ่ง (อาจเป็นข้างซ้ายหรือข้างขวาก็ได้)  ไม่พบบ่อยนักกับการกระตุกทั้ง  2  ข้าง  ผู้ป่วยอาจมีไข้หรือไม่มีไข้ร่วมด้วยก็ได้  หลังจากนั้นมีอาการชาใบหน้าด้านซ้าย หรือด้านขวา (ในกรณีที่เชื้อโรคติดเชื้อที่เส้นประสาทใบหน้าคู่ที่ 5 หรืออาจมีกล้ามเนื้อใบหน้าเป็นอัมพาต  มีมุมปากตก  ยิงฟันไม่ขึ้น  ตาหลับไม่ลง  หลับได้ไม่สนิท  มีน้ำตาไหลบ่อย  ปากเบี้ยว  ดื่มน้ำแล้วน้ำหกจากปาก  ห่อปากไม่ได้  เป่าลมทำแก้มโป่งไม่ได้  ยักหน้า  จมูกยกไม่ขึ้น  เป็นต้น  (ในกรณีที่เชื้อโรคติดเชื้อที่เส้นประสาทสมองใบหน้าคู่ที่ 7)  ส่วนใหญ่มักพบความผิดปกติของเส้นประสาทสมองใบหน้าคู่ที่ 7  จึงเรียกโรคนี้ว่า Facial Palsy หรือ Bell’s Palsy (ตั้งชื่อตามชื่อของคุณหมอที่พบโรคนี้เป็นคนแรก)  โรคนี้มักพบบ่อยในช่วงหน้าฝนและช่วงต้นของหน้าหนาว  มักมากับเชื้อไวรัสหวัด  และมีบ้างมากับเชื้อแบคทีเรียที่ก่อการอักเสบของโครงสร้างในช่องหูชั้นในหรือชั้นกลาง  แล้วติดต่อมายังเส้นประสาทใบหน้าได้
            การตรวจวินิจฉัยโรคไม่ยุ่งยากตรวจพบได้ง่าย  แพทย์อาจให้ยาต้านเชื้อไวรัสหรือยาต้านเชื้อแบคทีเรียและยาบำรุงระบบประสาท  เพื่อฟื้นตัวของโรคได้  ระยะเวลาการรักษาและการฟื้นตัว   หากไม่รุนแรง  3 – 6  สัปดาห์  สามารถหายเป็นปกติได้  หากเป็นปานกลางใช้เวลาประมาณ  3  - 4  เดือน  หากเป็นรุนแรงต้องใช้เวลายาวนานประมาณ  6  เดือน  และอาการอัมพาตใบหน้าอาจไม่สามารถทำให้หายเป็นปกติได้  มักมีมุมปากตกบ้าง (ปากเบี้ยว)  หนังตาตก  หลับไม่สนิท
            การปฏิบัติตัวของผู้ป่วย
            1) ติดตามการรักษากับแพทย์ให้ต่อเนื่อง  พบแพทย์ตามนัด  และรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง
            2) เวลาออกนอกบ้านหรือนอกสถานที่  ควรมีแว่นตา (แว่นกันแดด)  สวมใส่ไว้เพื่อกันฝุ่นละอองเข้าตา   และป้องกันแสงแดดไม่ให้
               ระคายเคืองตามากนัก
            3) เวลาดื่มน้ำให้ดื่มช้าๆ ไม่รีบร้อน  ป้องกันไม่ให้สำลักน้ำ  และน้ำหกออกจากมุมปากน้อยลง
            4) การดื่มน้ำไอวอเตอร์ (iWater)  เป็นประจำช่วยให้การฟื้นตัวของโรครวดเร็วและชัดเจนขึ้น  ควรดื่มให้ได้วันละ  8  แก้ว (2 ลิตร)
               เป็นอย่างน้อย  ทยอยดื่มทั้งวันและไม่อั้นปัสสาะ
            นอกจากนี้ยังสามารถใช้ผ้าชุบน้ำไอวอเตอร์ (iWater) ประคบใบหน้าด้านที่ผิดปกติได้ช่วงละ  15  - 20  นาที  หากมีเครื่องผลิตน้ำอาบไอวอเตอร์ วอช (iWater Wash)  เปิดฝักบัวให้กระแสน้ำอาบที่ใบหน้าช่วงละ  3  - 5  นาที  วันละ  2 – 3  เวลา  ร่วมไปกับการนวดคลึงกล้ามเนื้อใบหน้าด้านที่ผิดปกติ  โดยใช้นิ้ว  3 – 4  นิ้วลูบไล้ใบหน้าจากกลางใบหน้าไปสิ้นสุดที่ติ่งหู  และคลึงใบหน้าจากกลางใบหน้าไปสิ้นสุดที่ติ่งหู  จากนั้นใช้นิ้วกลางดึงที่หางตา  เพื่อให้ตาหลับสนิท  และยกมุมปากขึ้น  เพื่อฟื้นมุมปากไม่ให้ตก  การนวดคลึงนี้ทำ 5 – 10 นาที  ทำได้บ่อยๆ เบาๆ และช้าๆ วันละหลายครั้ง
            หากปฏิบัติตามนี้ได้  โรคอัมพาตใบหน้าจะฟื้นตัวเร็วและกลับสู่ปกติได้

My Instagram

Made with by OddThemes | Distributed by Gooyaabi Templates