การดื่มน้ำ เพื่อสุขภาพที่ดี

การดื่มน้ำ เพื่อสุขภาพที่ดี

การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่  ในสัดส่วนที่เหมาะสมจะช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรง   แต่สิ่งหนึ่งที่ร่างกายเราขาดไม่ได้นั่นคือ การดื่มน้ำให้ได้ปริมาณที่เหมาะสม   จึงจะช่วยให้ร่างกายเราอยู่ในสภาวะที่สมดุล   น้ำเป็นองค์ประกอบที่สำคัญถึง 2 ใน 3 ของร่างกาย   ซึ่งร่างกายอาจสูญเสียน้ำได้จากการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การออกกำลังกาย   การปัสสาวะ  การหายใจ  ฯลฯ  การดื่มน้ำเพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำในร่างกายจึงเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก   น้ำมีส่วนช่วยในการลำเลียงสารอาหารและออกซิเจนไปสู่เซลล์ต่างๆของร่างกาย  และช่วยในการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย  เช่น  เหงื่อ  ปัสสาวะ  ช่วยให้อุจจาระไม่แข็งจนเกินไป  ทำให้การขับถ่ายง่ายขึ้น   และช่วยรักษาสมดุลของร่างกาย   แต่คนส่วนใหญ่ไม่ใส่ใจกับการดื่มน้ำมากนัก   การที่เราได้รับน้ำในปริมาณที่น้อยเกินไป    จะทำให้ผิวพรรณแห้งเพราะขาดความชุ่มชื้น  และระบบต่างๆของร่างกายจะเสียสมดุล  
ประโยชน์ของการดื่มน้ำ
1) บรรเทาความเมื่อยล้า  และช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย
2) ช่วยปรับปรุงอารมณ์  ทำให้จิตใจสงบ
3) รักษาอาการปวดศรีษะและไมเกรน
4) ช่วยในการย่อยอาหารและอาการท้องผูก
5) ช่วยให้ทานอาหารได้น้อยลง  ช่วยในการลดน้ำหนัก
6) ช่วยล้างสารพิษ และขับของเสียออกจากร่างกาย
7) ควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย
8) ช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื้น  มีสุขภาพผิวที่ดี  ไม่แห้งกร้าน
9) บรรเทาอาการเมาค้าง
10) ขจัดกลิ่นปาก
11) ช่วยเพิ่มเมตาบอลิซึม (Metabolism) และเพิ่มพลังงาน
12) ช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้น
13) ร่างกายขับถ่ายได้ดีขึ้น  ป้องกันอาการท้องผูก
14) ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆ
15) ทำให้หัวใจทำงานได้ดี
16) เป็นส่วนประกอบของน้ำหล่อลื่นข้อต่อ
17) เสริมการทำงานของระบบย่อยอาหาร
18) ขับแบคทีเรียจากกระเพาะปัสสาวะ
19) มีส่วนช่วยในการทำให้อัตราการเต้นของหัวใจปกติ
20) ป้องกันความเสียหายของเนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ
21) รักษาสมดุลของอิเล็กโตรไลต์ของโซเดียมในร่างกาย
22) รักษาสมดุลของระบบในร่างกาย
23) ทำให้ร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่า
24) ประหยัดเงิน  ดื่มน้ำเปล่ามีประโยชน์และประหยัด
การดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมต่อร่างกาย
การดื่มน้ำเพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำของร่างกายเป็นเรื่องสำคัญ   แต่การดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมอาจเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่า  เพราะหากดื่มน้ำมากเกินไปหรือน้อยเกินไป  อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้  โดยปกติแล้วการดื่มน้ำวันละ 8  แก้ว (ประมาณ 2 ลิตร) ก็เพียงพอต่อการทำงานของร่างกายแล้ว   แต่ปริมาณของน้ำที่เหมาะสมต่อร่างกายอาจขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆด้วย  เช่น  กิจกรรมที่ทำ  เพศและอายุ  ซึ่งปริมาณการดื่มน้ำที่เหมาะสมต่อร่างกายมีดังนี้
  • สำหรับผู้ที่มีอายุ 4 - 8   ปี  ควรดื่ม  5  แก้วต่อวัน (ประมาณ 1,200 มิลลิลิตร)
  • สำหรับผู้ที่มีอายุ 9 - 13 ปี  ควรดื่ม  7 - 8  แก้วต่อวัน (ประมาณ 1,600 - 1,900 มิลลิลิตร) 
  • สำหรับผู้ที่มีอายุ 14 - 18  ปี   ควรดื่ม  8 - 11  แก้วต่อวัน (ประมาณ 1,900 - 2,600 มิลลิลิตร)
  • สำหรับผู้หญิงที่มีอายุ 19  ปีขึ้นไป  ควรดื่ม  9  แก้วต่อวัน (ประมาณ 2,100 มิลลิลิตร)
  • สำหรับผู้ชายที่มีอายุ 19  ปีขึ้นไป  ควรดื่ม  13  แก้วต่อวัน (ประมาณ 3,000 มิลลิลิตร)
ปริมาณที่เหมาะสมดังกล่าวได้นับรวมปริมาณน้ำที่ได้จากอาหาร  ผักหรือผลไม้ต่างๆ  เช่น  แตงโม  สับปะรด  แตงกวา  พริกหยวก ฯลฯ   เรียบร้อยแล้ว   ทั้งนี้อาจจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณการดื่มน้ำให้มากขึ้น  เมื่อต้องออกกำลังกายอย่างหนัก  อยู่ในสภาพอาการร้อน  เจ็บป่วย  มีไข้หรือมีปัญหาสุขภาพ  เช่น  ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ  โดยเฉพาะหากกำลังตั้งครรภ์ควรเพิ่มปริมาณการดื่มเป็น  10  แก้วต่อวัน  และ  13  แก้วต่อวันสำหรับผู้ที่ให้นมบุตร
ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการดื่มน้ำ
นอกจากเรื่องปริมาณการดื่มน้ำแล้ว  การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของร่างกายให้ดีขึ้น  อาจทำได้โดยการดื่มน้ำในช่วงเวลาที่เหมาะสมดังนี้
  • หลังตื่นนอน การดื่มน้ำ  1  แก้วหลังจากตื่นนอน  ช่วยให้ร่างกายขจัดสารพิษต่างๆ และช่วยกระตุ้นการทำงานของอวัยวะภายใน
  • หลังจากอาบน้ำ การดื่มน้ำ  1  แก้วหลังจากอาบน้ำ  ช่วยลดความดันโลหิตได้
  • ก่อนมื้ออาหาร การดื่มน้ำ  1 แก้ว  30  นาทีก่อนรับประทานอาหาร  ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดียิ่งขึ้น  พร้อมทั้งดื่มอีก  1  แก้วหลังรับประทานอาหารเสร็จแล้ว  1  ชั่วโมง  เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหาร  *ไม่ควรดื่มน้ำทันทีหลังรับประทานอาหาร  เพราะจะทำให้น้ำย่อยเจือจางได้  และรบกวนการทำงานของระบบย่อยอาหาร
  • ก่อนนอน การดื่มน้ำ  1  แก้วก่อนนอน  ช่วยแทนที่ของเหลวที่จะสูญเสียในตอนกลางคืนได้
การดื่มน้ำที่ถูกวิธี
  • น้ำที่ดีควรเป็นน้ำที่สะอาด
  • อย่าดื่มเร็วเกินไป หรือมากเกินไป
  • ดื่มน้ำที่มีอุณหภูมิปกติ
  • ไม่ควรดื่มน้ำระหว่างรับประทานอาหาร
  • สำหรับผู้ที่เล่นกีฬาควรดื่มน้ำเป็นระยะๆ ควรจิบน้ำเล็กน้อยเพื่อป้องกันสภาวะขาดน้ำของร่างกาย
ผลเสียของการดื่มน้ำน้อย
การดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายจะช่วยให้การขับถ่ายสะดวก  และมีปัสสาวะสีเหลืองใส  ซึ่งตรงกันข้ามกับการดื่มน้ำน้อยปริมาณไม่เพียงพอจะมีปัญหาเกี่ยวกับการขับถ่ายหรือท้องผูก  และมีปัสสาวะสีเข้ม  ซึ่งจะส่งผลเสียทำให้ร่างกายเสียสมดุล  ระบบต่างๆทำงานไม่เป็นปกติ
ภาวะขาดน้ำ  เกิดจากการดื่มน้ำน้อยเกินไป  ร่างกายสูญเสียน้ำไปกับเหงื่อและปัสสาวะมากกว่าปริมาณน้ำที่ดื่มเข้าไป   อาจสังเกตได้จากลักษณะของปัสสาวะที่มีสีเข้ม  และปัสสาวะไม่บ่อยเท่าปกติ  หรืออาจปรากฎอาการเหนื่อยล้าและกระหายน้ำอย่างรุนแรง  สำหรับเด็กอาจสังเกตได้ว่าผ้าอ้อมแห้งกว่าปกติ  หรือปรากฎอาการต่างๆ  เช่น  ลิ้นแห้งและร้องไห้ไม่มีน้ำตา  อาการดังกล่าวทั้งหมดของภาวะขาดน้ำอาจก่อให้เกิดอาการอื่นๆเพิ่ม  เช่น  อารมณ์เปลี่ยนแปลง  สับสนหรือเบลอ  ท้องผูก  อุณหภูมิร่างกายสูงเกินไป  นิ่วในไต  และถึงขั้นช็อกได้  อย่างไรก็ตามภาวะขาดน้ำอาจรักษาได้โดยการดื่มน้ำให้มากขึ้น  แต่หากมีอาการรุนแรง  ควรรีบไปพบแพทย์  ซึ่งอาจได้รับน้ำเกลือเพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวและรอจนกว่าอาการจะหายไป
การดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายเป็นสิ่งจำเป็น   ที่สำคัญควรเลือกน้ำดื่มที่ดีมีประโยชน์  สะอาด  และปลอดภัย   ควรเป็นน้ำกลุ่มโมเลกุลเล็กจากเครื่องผลิตน้ำดื่มไอวอเตอร์ (iWater)  ได้รับมาตรฐานการกรองทั้งระบบจากองค์การอนามัยแห่งชาติ  ประเทศสหรัฐอเมริกา (NSF)  น้ำดื่มไอวอเตอร์คงไว้ซึ่งแร่ธาตุที่มีอยู่ในน้ำ  เช่น  แคลเซียม  แมกนีเซียม  และโพแทสเซียม  ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย   เราอยากเห็นทุกท่านมีสุขภาพดี   เชิญมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวจาปินสิคะ

My Instagram

Made with by OddThemes | Distributed by Gooyaabi Templates