มะเร็งปอด - หมอโฆษิต

มะเร็งปอด

 
        ก่อนหน้านี้ได้พูดถึงโรคอุดกลั้นในหลอดลมปอดเรื้อรังแล้ว  ในตอนนี้จะพูดถึงความผิดปกติที่ก่อให้เกิดเป็นมะเร็งปอด  ในปัจจุบันนี้พบว่า มะเร็งปอด เป็นโรคที่คร่าชีวิตของประชากรโลกทั้งชายและหญิงในอันดับต้นๆ  เนื่องจากวิถีชีวิตและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว  มลภาวะอากาศเป็นพิษรุนแรงมากขึ้น  การสูบบุหรี่และดื่มสุรามากขึ้นเป็นเหตุให้ระบบภูมิต้านทานร่างกายลดน้อยลง  ก่อให้เกิดมะเร็งปอดมากขึ้น  มะเร็งปอดเป็น 1 ใน 5 โรคร้ายที่คร่าชีวิตประชากรโลกและชาวไทยเป็นอย่างมาก  ปกติในเพศชายมักเสียชีวิตจากโรคมะเร็งใน 5 อันดับ ได้แก่ มะเร็งตับ  มะเร็งปอด  มะเร็งลำไส้ใหญ่  มะเร็งในช่องปากและคอหอย  และมะเร็งเม็ดเลือดขาว  ส่วนในเพศหญิง มักเสียชีวิตจากโรคมะเร็งใน 5 อันดับ  ได้แก่  มะเร็งตับ  มะเร็งปอด  มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก  และมะเร็งลำไส้ใหญ่

สาเหตุการเกิดมะเร็งปอด
การสูบบุหรี่อย่างต่อเนื่องและยาวนาน  การรับควันบุหรี่หรือควันพิษจากมลภาวะในอากาศ  เช่น  ควันพิษจากท่อไอเสียรถยนต์  ควันพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม  ควันพิษจากการเผาต้นไม้ใบหญ้า  ควันพิษจากฝุ่นละอองจากโรงงานทำเฟอร์นิเจอร์  สภาพแวดล้อมที่แออัดเกินไป  การระบายอากาศไม่ดีพอ  นอกจากนี้จากวัยอายุที่มากขึ้น  การพักผ่อนน้อย  นอนหลับไม่เพียงพอ  ดื่มน้ำน้อย  รับประทานอาหารที่เร่งรีบได้คุณค่าทางอาหารที่ไม่เพียงพอ ภาวะความเครียดทางจิตใจ  ความกังวลกับปัญหาต่างๆ  ล้วนแล้วแต่กระทบกับอากาศที่หายใจเข้า – ออกในปอด  ทำให้การรับออกซิเจนและการถ่ายเทคาร์บอนไดออกไซด์ภายในปอด  ขาดความสมดุลย์และภาวะการติดเชื้อไวรัสหวัด  เชื้อราในปอด  เชื้อแบคทีเรีย  เชื้อโรคเหล่านี้มีส่วนเป็นสาเหตุก่อให้เกิดเป็นมะเร็งปอดได้
 
อาการของมะเร็งปอด
ในระยะเริ่มแรกผู้ป่วยมักจะไม่ปรากฎอาการ  จากนั้นเริ่มมีอาการไอเรื้อรัง  มีเสมหะเหนียวออกสีเหลืองหรือสีน้ำตาลข้น  บางครั้งมีเลือดปนออกมากับเสมหะด้วย  และเริ่มมีอาการเหนื่อยเวลาไอและหลังการไอ  น้ำหนักตัวลด  หายใจหอบเหนื่อยมากขึ้น เบื่ออาหาร  นอนหลับไม่ดีพอ  อาจมีไข้ตัวร้อนร่วมด้วย  ไอรุนแรงจนเจ็บหน้าอกและลำตัว  เสมหะมีเลือดปนมากขึ้น  เมื่อไปพบแพทย์  จากการเอ็กซเรย์ (X-Ray) ปอด  หรือการตรวจปอดด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ที่เรียกว่าซีทีสแกน (CT Scan) รวมถึงการเจาะชิ้นเนื้อไปตรวจ  มักพบว่าเป็นมะเร็งระยะกลางหรือระยะรุนแรงแล้ว

การรักษามะเร็งปอด
หากเป็นไปได้ การผ่าตัดเป็นวิธีที่ทำกัน  ผ่าตัดเอาส่วนที่เป็นมะเร็งปอดออก  หลังจากนั้นอาจต้องให้เคมีบำบัด  หรือฉายแสงร่วมด้วย  เพื่อหยุดยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งปอดมิให้ลุกลามไปกระดูกอก  หรือกระดูกส่วนอื่น  รวมถึงระบบบต่อมน้ำเหลือง  ตับ  และสมอง เป็นต้น  การตรวจวินิจฉัยพบในระยะเริ่มแรกและรักษาถูกวิธีแต่ต้น  โอกาสการฟื้นตัวและเป็นผลดีต่อร่างกายมีมากขึ้นด้วย

การดื่มน้ำไอวอเตอร์ (iWater)
การดื่มน้ำมีส่วนช่วยในด้านการป้องกันและเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายได้ น้ำไอวอเตอร์เป็นน้ำกลุ่มโมเลกุลเล็ก ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานร่างกายให้แข็งแรง  ช่วยในการต้านสารพิษหรือสารก่อมะเร็งได้  น้ำไอวอเตอร์มีปริมาณออกซิเจน (Oxygen) มาก  เนื่องจากเซลล์มะเร็งโดยทั่วไปไม่ชอบออกซิเจนอยู่แล้ว ออกซิเจนในน้ำ  หากดื่มในปริมาณที่เหมาะสมและต่อเนื่องจะมีผลช่วยให้เซลล์มะเร็งอ่อนแอลง  ร่วมกับภูมิต้านทานของร่างกายที่แข็งแรงขึ้น  มีผลทำให้เซลล์มะเร็งลดขนาดลงได้  ก้อนมะเร็งเล็กลงหรือฝ่อลงได้  นากจากนี้ผู้ป่วยต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ผู้รักษา  มีวินัยในการรับประทานอาหารและน้ำดื่ม  ร่วมกับวิธีการรักษาของแพทย์ด้วย  ผู้ป่วยมีโอกาสฟื้นตัวจากโรคมะเร็งปอด  และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  ลดอาการของโรค  ลดภาวะแทรกซ้อนของโรคได้  มีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น

ดังนั้นการป้องกันมิให้เกิดโรคมะเร็งปอดเป็นวิธีที่ดีที่สุด ควรปฏิบัติดังนี้
1) งดสูบบุหรี่  เลี่ยงควันพิษทุกชนิด  อยู่ในที่อากาศโปร่ง  ถ่ายเทสะดวก
2) รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และเพียงพอต่อร่างกาย  รวมถึงการพักผ่อนที่ดีและออกกำลังกายบ้าง  ทำจิตใจให้แจ่มใส
3) ดื่มน้ำไอวอเตอร์ ให้ได้วันละ 6 – 8 แก้ว (1.5 - 2 ลิตร) อย่างต่อเนื่อง
ท่านจะห่างไกลโรคมะเร็งปอดครับ.!!

My Instagram

Made with by OddThemes | Distributed by Gooyaabi Templates