อากาศร้อน ภัยจากแสงแดด สุขภาพและผิวพรรณ

อากาศร้อน ภัยจากแสงแดด
สุขภาพและผิวพรรณ

ฤดูร้อน (Summerในประเทศไทยเริ่มประมาณช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ – กลางเดือนพฤษภาคม  ซึ่งช่วงเวลานี้อากาศจะร้อนอบอ้าวมากๆ  โดยเฉพาะในช่วงประมาณกลางเดือนเมษายน  ในบางพื้นที่อุณหภูมิอาจสูงขึ้นมากกว่า 40 องศาและมีพายุฤดูร้อน (Summer Storm) ร่วมด้วย  อากาศที่ร้อนมากๆสามารถทำให้เกิดโรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรค (Heat Stroke) ได้  กระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาเตือนให้หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดช่วงเวลา 10.00 - 14.00 น.  เนื่องจากแสงแดดในช่วงเวลาดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง  รังสียูวี (UV) จากแสงแดดช่วงเวลา 10.00 - 14.00 น. มีความเข้มข้นสูงมากเป็นพิเศษ  จนสามารถแผดเผาเซลล์ผิวหนังให้เสียหายและผิวอาจถูกทำลายได้ง่ายๆ  ภัยจากแสงแดดที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและผิวพรรณมีดังนี้

1. ผิวไหม้ โรคผิวหนัง และมะเร็งผิวหนัง หากมีการตากแดดนานๆ จะทำให้ผิวได้รับรังสียูวี (UV) เกินขนาด  จนทำให้เส้นเลือดที่ไหลเวียนมาที่เซลล์ผิวถูกรังสียูวี (UV) ทำลาย เป็นสาเหตุให้ผิวมีสีแดงจัดและเกิดการไหม้เกรียมในเวลาต่อมา   และทำให้เกิดโรคผิวหนังและโรคอื่นๆ ตามมา เช่น โรคลมพิษจากแสงแดด  โรคเอสแอลอี (SLE) และโรคติดเชื้อเริม  เป็นต้น   ในแสงแดดมีสารกระตุ้นมะเร็ง  เมื่อผิวหนังได้รับแสงแดดจัดๆโดยตรงเป็นเวลานาน  รังสียูวี (UV) จะทำลายดีเอ็นเอ (DNA) จนทำให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้
2. เซลล์เม็ดเลือดขาวถูกทำลาย หลังจากถูกแดดเผาเป็นเวลานาน  และผิวถูกรังสียูวี (UV) ทำร้ายซ้ำบ่อยๆ   จะส่งผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกาย   เซลล์เม็ดเลือดขาวที่ช่วยป้องกันและต่อต้านสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายก็จะอ่อนแอลง   ทำให้ร่างกายเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายยิ่งขึ้น 
3. กระจกตาอักเสบ โรคต้อกระจก และโรคต้อเนื้อ การอยู่กลางแจ้งแสงแดดจ้าเป็นเวลานานๆ บ่อยๆ  อาจทำให้จอประสาทตาเสื่อมสภาพลงได้  รังสียูวี (UV) จะมีผลทำให้กระจกตาอักเสบ  เกิดอาการแสบตา  น้ำตาไหล  แพ้แสงและตาแดง  เลนส์ที่แก้วตาจะเริ่มขุ่นมัวทำให้การมองเห็นไม่เป็นปกติ  และเกิดการเสื่อมของเยื่อบุตา  จนเกิดเป็นปัญหาทางด้านสายตาตามมาในอนาคต
4.  ผิวพรรณ  จุดด่างดำ  กระและฝ้า   รังสียูวี (UV) สามารถเข้าไปทำลายคอลลาเจน (Collagen) ในเซลล์ผิวและเนื้อเยื่อใต้ชั้นผิวหนัง  ทำให้เกิดปัญหาริ้วรอย  จุดด่างดำ  ความหมองคล้ำ  เกิดร่องรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า  ลำคอและบริเวณนอกร่มผ้า   รังสียูวีเอ (UVA) จากแสงแดดเป็นปัจจัยหลักตัวนึงที่ทำให้เกิดกระและฝ้าที่บริเวณโหนกแก้ม  สันจมูก และริมฝีปาก  รังสียูวี (UV) จะไปกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระ (Free Radical) ขึ้นที่ชั้นผิวหนังและอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นนี้จะไปกระตุ้นเซลล์เมลาโนไซต์ (Melanocyte) ให้สร้างเม็ดสีเมลานิน (Melanin) เพิ่มมากขึ้น  ผิวก็จะยิ่งมีสีเข้มขึ้น  เป็นรอยจุดเล็กๆ  สีผิวไม่สม่ำเสมอกันเรียกว่ากระ  หรือขยายวงกว้างเป็นปื้นๆ เรียกว่าฝ้านั่นเอง
 ประเทศไทยมีแนวโน้มสภาพอากาศจะร้อนขึ้นและแสงแดดจะแรงกล้ามากขึ้นทุกที     เพื่อป้องกันผลกระทบอันอาจจะเกิดจากแสงแดด   จึงควรหันมาดูแลและใส่ใจสุขภาพ   ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ  6 - 8  แก้ว   น้ำดื่มควรเป็นน้ำกลุ่มโมเลกุลเล็ก    สะอาดปราศจากเชื้อแบคทีเรียและคงไว้ซึ่งแร่ธาตุ    ผ่านการกรองด้วยเครื่องกรองน้ำที่ได้รับรางวัลมาตรฐานการกรองทั้งระบบจากองค์กร   NSF   หากต้องทำงานในสถานที่กลางแจ้งหรือร้อนจัด    ควรสวมเสื้อผ้าแขนยาวปกปิด     เนื่องจากร่างกายต้องสูญเสียน้ำจากการเสียเหงื่อเพื่อระบายความร้อนออกจากร่างกาย      ควรชดเชยด้วยการดื่มน้ำให้ได้ชั่วโมงละ 1 ลิตร   เพื่อช่วยดับกระหายและลดอุณหภูมิภายในร่างกาย
 อย่างไรก็ตามแม้กระทั่งในร่ม   ในอาคารบ้านเรือนหรือในห้องทำงาน   ไอแดดและรังสียูวี (UV)  ยังสามารถทะลุผ่านผนังและกระจกมาสู่ตัวเราได้  ดังนั้นวิธีที่ง่ายที่สุดในการดูแลสุขภาพของผิวพรรณคือ  การทาครีมกันแดดอย่างเป็นประจำ ควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF (Sun- Protection Factor) 30 - 50  ขึ้นไป  ทาอย่างน้อย  15 - 30  นาทีก่อนออกแดด    ในบางกรณี  เช่น   ไปเที่ยวทะเล   ควรทาซ้ำทุกๆ   2  ชั่วโมง    ควรทาครีมกันแดดที่สามารถปกป้องได้ทั้งรังสียูวีเอ (UVA) และยูวีบี (UVB)   หรือเป็นครีมกันแดดที่ปกป้องได้ทุกคลื่นรังสี (Broad Spectrum UV Protection)    สำหรับผิวหน้าควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ  เนื่องจากรังสียูวี (UV) ทำให้เซลล์ผิวเสื่อมสภาพ   เกิดริ้วรอย  ความเหี่ยวย่นก่อนวัย   ควรเลือกสรรผลิตภัณฑ์ที่มีดีมีคุณภาพและผ่านการผลิตที่ได้มาตรฐาน   เป็นครีมกันแดดกายภาพซึ่งปราศจากสารเคมีเจือปน    มีส่วนผสมจากธรรมชาติ  ใช้แล้วไม่เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองต่อผิว    ก็จะช่วยปกป้องผิวหน้าจากการคุกคามของแสงแดดได้    อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือเส้นผม  รังสียูวี (UV) ทำให้เซลล์ผิวหนังบนศีรษะเสื่อมสภาพ  มีผมขาวก่อนวัย  และสุขภาพของเส้นผมอ่อนแอ  ควรดูแลเส้นผมด้วยแชมพูที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ  บำรุงลึกตั้งแต่โคนจรดปลายผม  ทำให้หนังศีรษะและเส้นผมไม่มัน  เส้นผมแข็งแรง  คงความนุ่มสลวยสวยอย่างเป็นธรรมชาติ
 

My Instagram

Made with by OddThemes | Distributed by Gooyaabi Templates