"หัวใจ" อวัยวะสำคัญที่ต้องดูแล ตอนที่ 1 - หมอโฆษิต

"หัวใจ" อวัยวะสำคัญที่ต้องดูแล ตอนที่ 1

 
        “หัวใจ” เป็นอวัยวะที่มีขนาดเท่ากับกำปั้นของผู้เป็นเจ้าของ ทำหน้าที่สูบฉีดโลหิตมาตลอด ตั้งแต่คนเรามีอายุได้ 3 เดือนในครรภ์ของมารดา และ ภายหลังจากคลอดออกจากท้องแม่ หัวใจจะต้องทำหน้าที่สูบฉีดโลหิตไปจนตลอดอายุขัย เมื่อไรที่หัวใจหยุดเต้น ชีวิตจะดับสูญทันที หัวใจจึงเป็นอวัยวะหนึ่งของร่างกายที่ต้องทำงานหนักบ้างเบาบ้างจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต
        จังหวะการเต้นของหัวใจปกติหัวใจจะเต้นประมาณ 72 ครั้งต่อนาที ใน 1 วัน หัวใจเต้นประมาณ 72x60x24 = ประมาณ 103,680 ครั้งต่อวัน จากการคำนวณจะเห็นได้ว่า หัวใจคนเราต้องเต้นประมาณ 1 แสนครั้งต่อวัน แล้วตลอดอายุขัยของเราหัวใจต้องเต้นรวมกันทั้งหมดกี่ครั้ง ? หัวใจเป็นอวัยวะสำคัญที่หยุดทำงานไม่ได้ ต้องสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย หัวใจที่ทำงานปกติ การเต้นของหัวใจจะเต้นสม่ำเสมอ จึงต้องดูแลหัวใจให้มีสุขภาพดี และอยู่ในสภาพปกติที่สุด
        หัวใจเป็นกล้ามเนื้อพิเศษเฉพาะของกล้ามเนื้อหัวใจเอง (Cardiac Muscle) มีความหนาและเหนียวเฉพาะตัว ภายในผนังกล้ามเนื้อหัวใจด้านในมีผิวขรุขระ เพื่อรองรับแรงสูบฉีดของกระแสเลือดที่ไหลเวียนภายใน ด้านขวาของห้องหัวใจมี 2 ห้อง ห้องบนขวาและห้องล่างขวา ภายในห้องขวาจะมีกระแสเลือดสูบฉีดไปฟอกที่ปอดให้เป็นเลือดแดง และรับเลือดดำจากส่วนต่างๆ ของร่างกาย เพื่อส่งต่อไปฟอกที่ปอด ส่วนด้านซ้ายก็มี 2 ห้องเช่นกันคือ ห้องบนซ้ายและห้องล่างซ้าย กั้นด้วยลิ้นหัวใจระหว่างบนกับล่าง ห้องบนทำหน้าที่รับเลือดแดงที่ฟอกจากปอด ห้องล่างทำหน้าที่เตรียมสูบฉีดเลือดแดงออกจากหัวใจไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ทั่วร่างกาย รวมแล้วหัวใจมีทั้งหมด 4 ห้อง ทำหน้าที่ สูบฉีดเลือดดำและเลือดแดงให้หมุนเวียนในร่างกายตลอด ชีวิตของมนุษย์
อาการผิดปกติที่เป็นข้อบ่งชี้ว่าหัวใจอาจทำงานผิดปกติ หรือมีโรคภัยไข้เจ็บเกิดขึ้น อาการที่พบบ่อยมี 4 อาการ
1.) เหนื่อยง่าย เวลาทำงาน ทำกิจวัตรประจำวัน หรือกิจกรรมอื่นๆ มีอาการหัวใจเต้นเร็ว อาจจะสม่ำเสมอ หรือไม่สม่ำเสมอก็ได้
2.) แน่นและอึดอัดหน้าอก มีอาการอึดอัด แน่นภายในช่องทรวงอก เหมือนมีลมอัดแน่น รู้สึกไม่สบายตัว
3.) หายใจไม่สุดหรือหายใจลำบาก รู้สึกหายใจได้ไม่เต็มที่ อึดอัด เหมือนจะเป็นลม บางครั้งอาจมีอาการหน้ามืดร่วมด้วย
4.) เจ็บบริเวณทรวงอกด้านซ้าย มีอาการเจ็บแปล๊บบริเวณทรวงอกด้านซ้ายเป็นระยะ ร่วมกับอาการเหนื่อย บางครั้งอาจรู้สึกเจ็บแปล๊บร้าวไปถึงชายโครงข้างซ้ายหรือหัวไหล่ซ้าย
เมื่อหัวใจเกิดอาการผิดปกติควรไปพบแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัยค้นหาสาเหตุของความผิดปกติของหัวใจว่าเกิดจากสาเหตุใด เนื่องจากอาการผิดปกติที่กล่าวมาทั้ง 4 อาการ อาจมาจาก
ความผิดปกติของโครงสร้างกล้ามเนื้อหัวใจ ที่พบได้บ่อยมีดังนี้
1.) หัวใจเต้นผิดปกติ เต้นไม่เป็นจังหวะสม่ำเสมอ หัวใจห้องล่างซ้ายเต้นผิดปกติ หัวใจโต (หัวใจบวมน้ำ) กล้ามเนื้อหัวใจตายบางส่วน การเต้นผิดปกตินี้สามารถเกิดขึ้นได้จากทุกความผิดปกติของหัวใจ
2.) หลอดเลือดหัวใจผิดปกติ เส้นเลือดหัวใจที่นำเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ อาจเกิดจากเส้นเลือดตีบ หรือเส้นเลือดอุดตัน มักพบบ่อยในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง หรือผู้ที่มีไขมันในกระแสเลือดสูง
3.) ลิ้นหัวใจตีบหรือลิ้นหัวใจรั่ว ความผิดปกติของลิ้นหัวใจ อาจเป็นตั้งแต่กำเนิดหรืออาจเกิดขึ้นภายหลัง ก็ได้
4.) ผนังหัวใจทะลุ อาจเกิดการทะลุของผนังหัวใจ ห้องใดก็ได้
นอกจากนี้อาจเกิดความผิดปกติจากการบาดเจ็บ การถูกทำร้ายร่างกาย รวมถึงการติดเชื้อของเยื่อหุ้มหัวใจได้
การดูแลฟื้นฟูและการป้องกันโรคหัวใจ
1.) พักผ่อนให้มากขึ้น ทำจิตใจให้สบาย จิตสงบ ช่วยลดความเครียดของกายและใจ
2.) ระวัง อาหารหวาน มัน เค็ม ควรรับประทาน อาหารที่รสไม่จัด อาหารอ่อน ผัก ให้สามารถย่อยได้ง่าย
3.) ทำกิจวัตรประจำวันและออกกำลังกายอย่างพอเหมาะ จะช่วยเสริมกล้ามเนื้อหัวใจให้แข็งแรง
4.) งด สุรา บุหรี่ การนอนดึก ชา กาแฟ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ
5.) ดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม โดยเฉพาะน้ำ iWater เพราะมีส่วนช่วยให้โรคหัวใจสงบและฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
หากมีข้อสงสัยว่า น้ำ iWater มีส่วนช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อหัวใจอย่างไร โปรดติดตามรายละเอียด ในตอนหน้าครับ

My Instagram

Made with by OddThemes | Distributed by Gooyaabi Templates